การป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน


การป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนทำได้อย่างไรบ้าง?
การป้องกันโรคกระดูกพรุน เป็นการกระทำเพื่อเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก หรือลดการสลายมวลกระดูกลง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี โดยเน้นไปที่การลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ลง ดังนี้

1. การออกกำลังกาย กระดูกเป็นอวัยวะที่สามารถปรับตัวได้ตามแรงกดทับที่มากระทำ หากมีแรงมากระทำมากอย่างต่อเนื่อง กระดูกจะค่อยๆ ถูกปรับให้มีความแข็งแรงมากขึ้น
แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความหนานแน่นของมวลกระดูก, โอกาสการเกิดกระดูกหัก และ อายุ 
ในเพศหญิงที่ไม่ได้ออกกำลังกาย กับหญิงที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

2. การรับประทานอาหาร ความต้องการแคลเซียมของร่างกายในแต่ละวันนั้น จะแปรผลตามอายุ และสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ การรับประทานอาหารบางประเภท อาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง โดยเฉพาะอาหารที่มีไฟเบอร์สูง รวมถึงยาบางชนิดที่สามารถจับกับแคลเซียมไอออน และเกิดการตกตะกอน (Chelation) ได้ เช่น ยาลดกรด

รูปภาพแสดงปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน (มิลลิกรัม)


3. งดใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ในปริมาณที่มากเกิน หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ หนึ่งในนั้นรวมไปถึงฮอร์โมน PTH ซึ่งจะส่งผลให้มีการสลายกระดูกมากขึ้น



แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ กับการเกิดโรคกระดูกพรุน

4. การให้สารอาหารเสริม ในที่นี้หมายถึงการให้แคลเซียมเสริม ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ทั้งนี้ แพทย์มักจะให้แคลเซียมเสริมคู่กับวิตามินดี เนื่องจาก การให้แคลเซียมเพียงตัวเดียว จะเป็นเพียงการให้สารตั้งต้นในกระบวนการสร้างกระดูก แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน และกระดูกหักได้ จึงได้ให้วิตามินดี เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าไปด้วย จึงจะได้ผลดีกว่า
แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของปริมาณวิตามินดี และการดูดซึมแคลเซียม

5. การรักษาด้วยยา ในปัจจุบัน แพทย์นิยมใช้ยากลุ่ม Bisphosphonate ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน โดยยาจะเข้าไปสะสมในเซลล์ของ Osteoclast แล้วเร่งการตายของเซลล์ (Apoptosis) จึงช่วยลดการสลายมวลกระดูกได้ แต่มักจะใช้ยานี้ไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดความผิดปกติในกระบวนการสร้างและสลายกระดูกได้ ทั้งนี้ สามารถใช้ยากลุ่ม Bisphosphonate ควบคู่กับการให้แคลเซียม และวิตามินดีเสริมได้ด้วย

รูปภาพแสดงการออกฤทธิ์ของยากลุ่ม Bisphosphonate

6. การใช้ฮอร์โมนทดแทน ฮอร์โมน Estrogen จะช่วยส่งเสริมการสร้างมวลกระดูก หากขาดฮอร์โมนดังกล่าว จะทำให้เกิดการสลายกระดูกมากกว่าการสร้าง ดังนั้น ในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน แพทย์อาจจะพิจารณาให้ฮอร์โมน Estrogen ทดแทน โดยมักจะเป็นกลุ่ม Selective estradiol receptor modulators (SERMS) ซึ่งมีความจำเพาะต่อการจับกับตัวรับฮอร์โมน Estrogen ในบริเวณกระดูกได้ดี แต่ไม่จำเพาะต่อตัวรับที่เต้านม และมดลูกของผู้หญิง จึงไม่มีความเสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
Calcium 1000 The Nature แคลเซียม 1000 เดอะ เนเจอร์




Under the license of Simon & Stevens LLC 1000 N West Street #1200 Wilmington Delaware USA 19801