สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มีหลายประการ ได้แก่


1.  อายุ  
      มีผลโดยตรงต่อกระบวนการสร้างและสลายแคลเซียม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จะพบว่า Osteoblast จะเริ่มเสื่อมสลายลงไปเรื่อยๆ หรือทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงเกิดการแสดงออกของการสลายมากเกินไป นอกจากนี้ อวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย เช่น อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร และไต ก็อาจมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงได้ด้วย ทำให้ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนค่อนข้างสูง

แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของอายุกับอัตราการเกิดกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุน

2.  เพศ  
    ส่วนใหญ่แล้วในปัจจัยเรื่องเพศ มักเกี่ยวข้องกับเรื่องฮอร์โมนเสียมากกว่า โดยฮอร์โมนเพศที่มีผลต่อการสร้างมวลกระดูกคือ Estrogen พบได้ในเพศหญิง ส่วนเพศชายนั้น ฮอร์โมน Androgen สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ให้ทำงานเหมือนฮอร์โมน Estrogen ได้เช่นกัน ทว่า ในเพศหญิงนั้น จะมีช่วงวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ส่งผลให้ไม่มีการผลิตฮอร์โมน Estrogen การสลายมวลกระดูกจึงมีอัตราส่วนมากกว่าการสร้าง เพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน จึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าเพศชาย

แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของฮอร์โมน Estrogen 
ต่อกระบวนการสร้างและสลายมวลกระดูก

3.  สารอาหาร  
   การดูดซึมแคลเซียมนั้น จากไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากขาดสารอาหารสำคัญ นั่นคือ วิตามินดี เนื่องจากในขั้นตอนการดูดซึมแคลเซียมที่ระบบทางเดินอาหาร แคลเซียมไอออนจะเข้าไปจับกับโปรตีน Calbindin D ซึ่งมีวิตามินดีเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น หากผู้ป่วยขาดวิตามินดี จะส่งผลให้เกิดภาวะพร่องแคลเซียม และโรคกระดูกพรุนได้ด้วย

รูปภาพแสดงความสัมพันธ์ของการขาดวิตามินดี ที่มีผลให้เกิดภาวะพร่องแคลเซียม

      โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีเป็นโรคกระดูกพรุน มักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ให้เห็นมากนัก ส่วนใหญ่มักตรวจพบเนื่องจากเกิดกระดูกหักมาก่อน แล้วจึงมารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อทำการถ่ายภาพรังสีเอ็กซ์ (X-ray radiography) แล้วพบว่ามวลกระดูกมีความหนาแน่นลดลง 

Calcium 1000 The Nature แคลเซียม1000 เดอะ เนเจอร์




Under the license of Simon & Stevens LLC 1000 N West Street #1200 Wilmington Delaware USA 19801